ตีเส้นจราจร

ตีเส้นจราจร หมายถึง การทำเครื่องหมายเส้นจราจรบนพื้นทาง ซึ่งมีหลายประเภท เช่น ทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางตามแนวทางเดินรถ ได้แก่ เส้นแบ่งทิศทางจราจร เส้นแบ่งช่องจราจร เส้นขอบทาง หรือทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางขวางแนวทางเดินรถ ได้แก่ เส้นหยุด เส้นให้ทาง เส้นทะแยงห้ามขวางทางแยก เป็นต้น รวมทั้งการใช้สีของเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง ก็มีทั้ง สีขาว สีดำ สีเหลือง สีแดง สีฟ้า แล้วแต่ความหมายและการใช้งานเฉพาะแห่ง เช่น สีขาว ใช้สำหรับเส้นแบ่งช่องเดินรถหรือช่องจราจร เส้นให้ทาง ทางข้าม สีเหลือง ใช้สำหรับเส้นแบ่งทิศทางจราจร เส้นเฉียงบริเวณเกาะแบ่งทิศทางจราจร เส้นทะแยงห้ามหยุด เป็นต้น สำหรับสันขอบทางบริเวณใดที่ทาสีเหลืองสลับขาว หมายความว่าบริเวณนั้นห้ามจอดรถ แต่สามารถหยุดรับ-ส่งชั่วขณะ บริเวณใดทาสีแดงสลับ

ตีเส้นจราจร

ตีเส้นจราจร

ขาว หมายความว่า ห้ามหยุดรถหรือจอดรถ เป็นต้น ในปัจจุบัน หลายประเทศได้กำหนดสีฟ้าสำหรับใช้เป็นเส้นแสดงขอบเขตที่จอดรถคนพิการ หรือที่จอดรถในเวลาสั้นๆ เพื่อการรอคอย หรือ รับส่งผู้โดยสารในเวลาที่กำหนด เป็นตัน  สิ่งสำคัญของการตีเส้นจราจร คือ จะต้องจัดทำเส้นจราจรตามรูปแบบมาตรฐานที่กรมขนส่งทางบกกำหนดไว้เท่านั้น ได้แก่ ขนาดของเส้น ความกว้าง ความยาว และระยะห่าง ตามแต่ข้อกำหนดของเครื่องหมายจราจรแต่ละชนิด และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ วัสดุที่ใช้เป็นสีในการตีเส้นจราจรแบบต่างๆ บนพื้นผิวถนนนั้น ควรมีคุณสมบัติในการสะท้อนแสงที่ดี มองเห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือเวลาฝนตกหนัก เพราะเส้นจราจรนั้นจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่รถบนท้องถนนสังเกตได้ง่าย สามารถควบคุมให้รถยนต์วิ่งในเลนที่กำหนดไว้ การตีเส้นจราจรเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เพราะเป็นการสื่อความหมายที่รวดเร็วให้ผู้ใช้ทาง ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ยานยนต์ หรือคนเดินเท้าได้ทราบและสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ลดปัญหาอุบัติเหตุจากการจราจร รวมทั้งทำให้การจารจรมีความคล่องตัว สะดวกรวดเร็ว ตลอดจนปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพทย์ทั้งของตนเองและผู้อื่น

เรื่องนี้ถูกเขียนใน ตีเส้นจราจร และติดป้ายกำกับ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร